การกำกับดูแลกิจการและโครงสร้างองค์กร
ความสำคัญและพันธกิจ

บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมเป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะบทบาทของคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และการกำกับดูแลประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กร บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมีโครงสร้างองค์กรที่โปร่งใส ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อเพื่อการเกษตร และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ที่ต้องอาศัยความไว้วางใจและการให้บริการอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 10:

เป้าหมายที่ 16:

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทกำหนดกรอบการกำกับดูแลกิจการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้กำหนดโครงสร้างคณะกรรมการให้มีความเหมาะสม ทั้งในด้านความเป็นอิสระ ความหลากหลายทางทักษะ (Board Skills Matrix) และประสบการณ์ โดยมี คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้สามารถกำกับดูแลความเสี่ยง โอกาส และผลกระทบด้าน ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
การดำเนินการ
- จัดทำประกาศนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี1 เพื่อเป็นกรอบในการบริหารและการตัดสินใจของคณะกรรมการและฝ่ายบริหาร
- กำหนดโครงสร้างคณะกรรมการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระ ความหลากหลาย และความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรและความยั่งยืน
- มอบหมายบทบาทหน้าที่ให้คณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลประเด็นด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยง และความยั่งยืนขององค์กร
- บูรณาการประเด็น ESG เข้าสู่การกำหนดกลยุทธ์ การพิจารณาการลงทุน และการติดตามผลการดำเนินงาน
- ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเป็นประจำ เพื่อทบทวนความเหมาะสมของโครงสร้างและบทบาทในการกำกับดูแลองค์กร
- สื่อสารข้อมูลด้านการกำกับดูแลกิจการและโครงสร้างคณะกรรมการอย่างโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ผลการดำเนินงาน
- ทบทวนประกาศนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีครบถ้วนตามวาระ เพื่อให้ระบบการกำกับดูแลมีความทันสมัย โปร่งใส สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและเกณฑ์การประเมิน
- บริษัทมีการกำหนดโครงสร้างคณะกรรมการที่มีประธานคณะกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระ และมีสัดส่วนกรรมการอิสระ 5 ท่านจากทั้งหมด 13 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 38.46 ของคณะกรรมการบริษัททั้งหมด
- คณะกรรมการบริษัทมอบหมายคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดย่อย ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านความยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่กำกับดูแลกลยุทธ์ความเสี่ยง มีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG (ESG Oversight) โดยมีการติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG และรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส
- ระบุประเด็นสำคัญทางธุรกิจ (Materiality) และนำมาใช้เป็นกรอบในการตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในการจัดทำแผนธุรกิจปีถัดไป
-
คณะกรรมการบริษัทได้ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทรายคณะและรายบุคคล ประจำปี 2568 เพื่อทบทวนความเหมาะสมของโครงสร้างและบทบาทในการกำกับดูแลองค์กร
- ผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทรายคณะร้อยละ 91.99
- ผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทรายบุคคลร้อยละ 91.33
- ผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริหารรายบุคคลร้อยละ 94.86
- ผลการประเมินตนเองของ CEO ร้อยละ 74.15
- เปิดเผยข้อมูลด้านการกำกับดูแลกิจการและโครงสร้างคณะกรรมการในช่องทาง รายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน และเว็บไซต์ของบริษัทอย่างครบถ้วน
ความเป็นอิสระและสัดส่วนของคณะกรรมการบริษัท
ในการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการบริษัทตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้เกิดความมีอิสระจากฝ่ายบริหารในการปฏิบัติหน้าที่ และมีสัดส่วนของกรรมการที่เป็นสตรีอย่างเหมาะสม รายละเอียดตามข้อมูลปรากฏดังตาราง
| สัดส่วนและรายละเอียดโครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท (13 ท่าน) | |
|---|---|
| คณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้บริหาร (4 ท่าน) | ร้อยละ 30.77 |
| คณะกรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหาร (9 ท่าน) | ร้อยละ 69.23 |
| คณะกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระ (5 ท่าน) | ร้อยละ 38.46 |
| ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ | ใช่ |
| ประธานกรรมการเป็นคนละบุคคลกับประธานกรรมการบริหาร | ใช่ |
| คณะกรรมการที่เป็นสตรี (8 ท่าน) | ร้อยละ 61.54 |
การสรรหาและคัดเลือกกรรมการบริษัท
บริษัทให้ความสำคัญกับการสรรหาและคัดเลือกกรรมการบริษัทอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยึดหลักคุณธรรม เพื่อให้ได้กรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมุมมองที่หลากหลาย เหมาะสมกับทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร ตลอดจนสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมุ่งส่งเสริมความหลากหลายในองค์ประกอบคณะกรรมการ ทั้งด้านเพศ อายุ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทางวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างรอบด้านและยั่งยืน ซึ่งได้กำหนดเป็นนโยบายการกำหนดคุณสมบัติและการสรรหากรรมการบริษัท2 ไว้โดยเปิดเผย
กระบวนการสรรหาและคัดเลือกกรรมการบริษัท
บริษัทให้ความสำคัญกับการสรรหากรรมการที่มีความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นในความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity) และความเชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

นโยบายและหลักเกณฑ์การสรรหา
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ดังนี้
- ความรู้และความชำนาญของกรรมการบริษัท (Board Skills Matrix) พิจารณาองค์ประกอบความรู้และความเชี่ยวชาญที่จำเป็นให้สอดคล้องกับกลยุทธ์บริษัท ทั้งด้านธุรกิจหลัก การเงิน เทคโนโลยี และความยั่งยืน
- ความหลากหลาย (Diversity) บริษัทส่งเสริมความหลากหลายในโครงสร้างคณะกรรมการ ทั้งด้านเพศ อายุ ทักษะ และประสบการณ์ โดยไม่จำกัดเพศ เชื้อชาติ หรือศาสนา
- ความเป็นอิสระ กรรมการบริษัทต้องมีคุณสมบัติความเป็นอิสระตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และบริษัทอย่างเคร่งครัด
ขั้นตอนการดำเนินงาน
กระบวนการสรรหาประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด
การเตรียมการ
เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจะรวบรวมข้อมูล Board Skills Matrix ปัจจุบัน ตารางการครบวาระของกรรมการ และทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนวางแผนสรรหา
วิเคราะห์ทักษะที่จำเป็นของกรรมการบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้ตรวจสอบทักษะคณะกรรมการชุดปัจจุบัน เพื่อกำหนดคุณสมบัติของกรรมการคนใหม่ให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจจากทั้งหมด 10 ด้าน คือ ด้านการปฏิบัติการ ด้านการเงิน/ด้านบัญชี ด้านกลยุทธ์ ด้านเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย ด้านการลงทุน ด้านการบริหารจัดการองค์กร ด้านการบริหารภาวะวิกฤต ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี และด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
หลักเกณฑ์การสรรหากรรมการบริษัท
กรรมการบริษัทต้องมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย คำนึงถึงคุณลักษณะเฉพาะบุคคล ความรู้ความเชี่ยวชาญที่ต้องการ และความหลากหลายของกรรมการ โดยคณะกรรมการบริษัทควรมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่พึงมีคือ การบริหารจัดการเชิงมหภาค ความรู้ความชำนาญหรือประสบการณ์เฉพาะด้าน และมีความรู้ความชำนาญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ
การสรรหากรรมการ
การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อกรรมการบริษัท
บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการเป็นการล่วงหน้าประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของปีก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นการดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 เดือน ก่อนการประชุม
การค้นหาผู้สมัคร
บริษัทค้นหาผู้สมัครจากทำเนียบกรรมการ ( Directors’ Pool) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) หรือจากการแนะนำโดยกรรมการปัจจุบัน หรือบริษัทที่ปรึกษา
การคัดกรอง
บริษัทจะตรวจสอบประวัติ คุณสมบัติ และประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ( Conflict of Interest) หากมีผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการ หรือหลังจากที่บริษัทวิเคราะห์ทักษะที่จำเป็นของกรรมการบริษัทแล้วพบว่า มีกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมุมมองที่หลากหลายไม่เพียงพอ และได้ทำการค้นหาผู้สมัครเพิ่มเติม
การคัดเลือก
คณะกรรมการ สรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน (ไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสีย) จะกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ตรวจสอบประวัติ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) และความสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
การเลือกตั้ง
กรณีครบวาระ คณะกรรมการบริษัทเสนอรายชื่อที่ผ่านการเห็นชอบต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาเลือกตั้งเป็นรายบุคคล และกรณีตำแหน่งว่างระหว่างกาล คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาแต่งตั้งเอง (เว้นแต่วาระเหลือน้อยกว่า 2 เดือน)
ในปี 2568 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้ทบทวนองค์ประกอบความรู้ความเชี่ยวชาญ (Board Skills Matrix) ของคณะกรรมการทั้ง 13 ท่าน พบว่ามีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์บริษัทครบถ้วนตามเกณฑ์ ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกเป็นการล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2567 – 30 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งปรากฏว่าไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อบุคคลใดเข้ามา คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จึงเห็นสมควรเสนอชื่อกรรมการรายเดิมที่ครบกำหนดออกตามวาระ ซึ่งผ่านการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว ให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2568 เลือกตั้งกลับเข้าเป็นกรรมการอีกวาระหนึ่ง
การกำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท
บริษัทมีนโยบายกำหนดค่าตอบแทนกรรมการที่โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ (Accountability) ตลอดจนสถานะทางการเงินของบริษัท โดยผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ซึ่งได้เปรียบเทียบกับอัตราค่าตอบแทนของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีขนาดใกล้เคียงกัน รวมถึงพิจารณาจากการขยายตัวทางธุรกิจและผลการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าค่าตอบแทนดังกล่าวอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสามารถจูงใจกรรมการที่มีคุณภาพได้
คณะกรรมการชุดย่อย
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นอิสระ จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการชุดย่อย นอกเหนือจากคณะกรรมการบริหาร แบ่งหน้าที่ในการช่วยกำกับดูแลกิจการในด้านต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งขององค์กร
สัดส่วนของคณะกรรมการอิสระในคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุด
| คณะกรรมการ กรรมการอิสระ/กรรมการทั้งหมด (ท่าน) | คณะกรรมการ กรรมการอิสระ/กรรมการทั้งหมด (ท่าน) | ประธานกรรมการชุดย่อยเป็นกรรมการอิสระ |
|---|---|---|
| คณะกรรมการตรวจสอบ | 3/3 | ใช่ |
| คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน | 2/3 | ใช่ |
| คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง | 1/3 | ใช่ |
| คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน | 3/4 | ใช่ |
