ประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญ

บริษัทให้ความสำคัญกับการระบุและบริหารจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจเข้ากับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และการสร้างคุณค่าในระยะยาว ซึ่งการกำหนดประเด็นสำคัญทางธุรกิจจะช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังประเด็นที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงาน ความสามารถในการแข่งขัน และผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในปี 2568 บริษัทได้นำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย มาใช้ทบทวนประเด็นสำคัญทางธุรกิจ (Materiality) และระบุความเสี่ยงใหม่ (Emerging Risks) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกำหนดกรอบกลยุทธ์การดำเนินงานสำหรับปี 2569 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงิน

บริษัทกำหนดกระบวนการระบุและประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการข้อมูลจากกลยุทธ์องค์กร การดำเนินงานในห่วงโซ่คุณค่า การบริหารความเสี่ยง และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้การจัดลำดับความสำคัญสะท้อนทั้งมุมมองทางธุรกิจและผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ผลการประเมินประเด็นสำคัญถูกนำเสนอและพิจารณาโดยผู้บริหารและคณะกรรมการ ในการกำหนดทิศทางการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน

การดำเนินการ

1. ระบุประเด็นสำคัญ
ด้วยการวิเคราะห์บริบททางธุรกิจและกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการระบุความเสี่ยงใหม่ (Emerging Risks) ในอุตสาหกรรมการเงิน ประเภทธุรกิจสินเชื่อรายย่อย
2. จัดลำดับความสำคัญ
โดยรวบรวมข้อมูลจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม มาประเมินระดับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียแบ่งตามกลุ่มประเด็นหลักคือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินการตอบสนองตามลำดับความสำคัญของประเด็น และจัดทำแผนภาพประเด็นสำคัญ (Materiality Matrix)
3. การทวนสอบประเด็นสำคัญ
เพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ
4. บูรณาการและปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทบทวนสิ่งที่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะ
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่บริษัทกำหนด และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้ดำเนินการตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอยู่เสมอ

ผลการดำเนินงาน

1) ระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน โดยมีกระบวนการดังนี้

1.1) วิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ สำหรับกิจกรรมของธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องและอาจสร้างผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งกิจกรรมของบริษัทที่ดำเนินเป็นลำดับต่อเนื่องกันตั้งแต่การจัดหาแหล่งเงินทุนจนถึงการจัดเก็บหนี้ได้ รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานของฝ่ายต่าง ๆ ในบริษัทด้วย แบ่งออกเป็นกิจกรรม 2 ลักษณะคือ กิจกรรมหลัก และกิจกรรมสนับสนุน

กิจกรรมหลัก

ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการส่งมอบสินค้า/บริการโดยตรง สามารถจัดกลุ่มได้ 7 กลุ่มคือ

ช่วง กลุ่มกิจกรรมหลัก กิจกรรมดำเนินงาน
ต้นน้ำ 1. การจัดหาแหล่งเงินทุน
  • จัดหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและนักลงทุน
  • วางแผนสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสม
2. ออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อ
  • พัฒนาเงื่อนไขสินเชื่อให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
  • ออกแบบวงเงิน ระยะเวลา ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขชำระหนี้
  • ออกแบบ/จัดการผลิตภัณฑ์ประกันที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ
3. ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์
  • ให้บริการโดยใช้ชื่อ "สินเชื่อศักดิ์สยาม" ประชาสัมพันธ์เน้นจุดขาย “ดอกเบี้ยถูก บริการดี มีมาตรฐาน”
  • ขยายสาขาครอบคลุม 47 จังหวัด จำนวน 1,079 สาขา
  • ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เน้นกลุ่มลูกค้าเกษตรกร
กลางน้ำ 4. วิเคราะห์และอนุมัติสินเชื่อ
  • ส่งเสริมการให้สินเชื่ออย่างเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ
  • มีกระบวนการให้สินเชื่อตามหลัก 5C
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ Credit Scoring
  • กระบวนการจัดการความเสี่ยงก่อนอนุมัติสินเชื่อ การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง (KYC) การตรวจสอบข้อมูลประวัติสินเชื่อเดิมกับบริษัท และพฤติกรรมการชำระหนี้
5. ให้เงินกู้สินเชื่อและจัดทำสัญญา
  • โอนเงินสินเชื่อให้ลูกค้าผ่านบัญชีธนาคาร
  • จัดทำข้อมูลสินเชื่อในระบบ พร้อมอธิบายเงื่อนไขสัญญา
  • ข้อมูลลูกค้ามีรายละเอียดสินเชื่อในแอปพลิคชัน SAKSIAM
ปลายน้ำ 6. ติดตามและการบริหารหนี้
  • ตรวจสอบสถานะบัญชีและแจ้งข้อมูลเรียกเก็บหนี้
  • แจ้งเตือนวันครบกำหนดชำระหนี้
  • ติดตามทวงถามหนี้อย่างมีมนุษยธรรมและปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ทวงถามหนี้
  • บริหาร NPL (หนี้เสีย)
7. บริการหลังการให้สินเชื่อ
  • ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย เช่น การปรับโครงสร้างหนี้
  • บริหารลูกค้าสัมพันธ์ และกำหนดกลไกร้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม
กิจกรรมสนับสนุน

ที่ช่วยให้การดำเนินกิจกรรมหลักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ช่วง กิจกรรมสนับสนุน บทบาทสนับสนุน
ต้นน้ำ (จัดหาแหล่งทุน ออกแบบผลิตภัณฑ์ วางแผนการตลาด) กลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจ
  • วางกลยุทธ์การตลาดและประชาสัมพันธ์เพื่อเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย
  • พัฒนาระบบและเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานภายในบริษัทที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และระบบ Paperless
  • สรรหาและคัดเลือกแรงงานในท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนงานสาขา
บริหารการเงินและความเสี่ยงต้นน้ำ
  • จัดหาและบริหารแหล่งเงินทุน
  • ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเครดิตเพื่อคัดกรองลูกค้า
  • ออกแบบ/จัดการผลิตภัณฑ์ประกันที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ
กลางน้ำ (พิจารณาสินเชื่อ อนุมัติเงินกู้) สนับสนุนการปฏิบัติการ
  • ดูแลระบบงานสินเชื่อและงานสนับสนุนการขายประกันภัย
  • พัฒนาแอปพลิเคชันที่สนับสนุนการให้สินเชื่อที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และระบบ Paperless
  • จัดให้มีช่องทางชำระเงินที่เข้าถึงง่าย โอนเงินรวดเร็ว
  • จัดหาอุปกรณ์และทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน
  • ให้คำปรึกษาในการจัดทำสัญญาและควบคุมความเสี่ยงทางกฎหมาย
สนับสนุนบุคลากรและมาตรฐานการทำงาน
  • ดูแลพนักงานให้มีสวัสดิการที่ดีและได้รับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
  • จัดระบบประเมินและพัฒนาศักยภาพทีม
  • ฝึกอบรม และร่วมสร้างมาตรฐานการให้บริการลูกค้า
ปลายน้ำ (ติดตามหนี้ บริการหลังการให้สินเชื่อ และการปฏิบัติตามกฎหมาย) การบริหารข้อกฎหมายและหนี้สิน
  • ดูแลสัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ดำเนินกระบวนการฟ้องคดี
  • บริหารหนี้หลังฟ้อง
  • บริหารการติดตามหนี้อย่างมีจรรยาบรรณและลด NPL
  • จัดให้มีช่องทางสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าหลากหลายตามกลไกร้องเรียนและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าอย่างรวดเร็ว
การพัฒนาและป้องกันความเสี่ยงต่อเนื่อง
  • ใช้เทคโนโลยีติดตามหนี้และวิเคราะห์ความเสี่ยงลูกหนี้เก่าเพื่อลดโอกาสเกิดหนี้เสียซ้ำ
  • ให้คำปรึกษาด้านการใช้สิทธิประโยชน์จากกรมธรรม์ และประสานการเบิกเคลมกับบริษัทประกันภัย

1.2) การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งบริษัทยึดถือและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียตามนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย1 โดยแบ่งผู้มีส่วนได้เสียออกเป็น 2 กลุ่มหลักคือผู้มีส่วนได้เสียทางตรงและผู้มีส่วนได้เสียทางอ้อม ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียทางตรง คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทโดยตรงและมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ได้แก่ ผู้ถือหุ้น นักลงทุน พนักงาน ลูกค้า เจ้าหนี้และสถาบันการเงิน และผู้มีส่วนได้เสียทางอ้อม คือกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลักของบริษัทโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงาน หรือมีอิทธิพลต่อบริษัทในทางอ้อม ได้แก่ ชุมชน สังคม คู่ค้า ผู้ร่วมลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และคู่แข่ง

1.3) การระบุประเด็นสำคัญ พิจารณาจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับ Megatrend และแนวโน้มในประเทศ

แนวโน้ม Megatrend พิจารณาจากกฎระเบียบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน กฎหมายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น Carbon Tax, Carbon Disclosure) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและ AI ในการประเมินความเสี่ยงลูกค้า การป้องกันทุจริต และออกแบบผลิตภัณฑ์การเงินเฉพาะบุคคล การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และสังคมผู้สูงอายุ การเข้าถึงบริการทางการเงินและความเท่าเทียม ความปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าและการโจมตีทางไซเบอร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ ความรับผิดชอบต่อสังคมและการกำกับดูแล ความคาดหวังต่อธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการเปิดเผยข้อมูล ESG

แนวโน้มในประเทศไทย พิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ความเสี่ยงด้านหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้น ต้องปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อให้รัดกุม กฎระเบียบด้านสินเชื่อและคุ้มครองผู้บริโภคของหน่วยงานกำกับดูแล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม กระทบต่อกลุ่มลูกค้าเกษตรกรและ SMEs พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลที่นิยมใช้ Mobile Banking, E-wallet การแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมและผู้เล่นรายใหม่ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่กลุ่มรายได้น้อยยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ และแรงกดดันด้าน ESG Disclosure ของหน่วยงานกำกับดูแล

2) จัดลำดับความสำคัญ โดยรวบรวมข้อมูลจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม มาประเมินระดับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียแบ่งตามกลุ่มประเด็นหลักคือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินการตอบสนองตามลำดับความสำคัญของประเด็น และจัดทำแผนภาพประเด็นสำคัญ (Materiality Matrix) โดยเมื่อทราบประเด็นผลกระทบ/ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่สามารถมีอิทธิพลต่อการดำเนินงานของธุรกิจแล้ว จะนำไปวิเคราะห์เพื่อหาระดับความสำคัญของประเด็น โดยเปรียบเทียบความสำคัญของประเด็นต่าง ๆ ที่มีต่อทั้งองค์กรและต่อผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทั้งที่องค์กรต้องพึ่งพามากและผู้มีส่วนได้เสียที่ต้องพึ่งพาองค์กรมาก

ตาราง Materiality Matrix

ประเด็นความสำคัญระดับสูง
  • 1
    ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส
  • 2
    การเข้าถึงสินเชื่ออย่างเป็นธรรม
  • 3
    การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • 4
    ความพึงพอใจของลูกค้า
  • 5
    ข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยไซเบอร์
  • 6
    การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
  • 7
    การจัดการคาร์บอนและ GHG
ประเด็นความสำคัญระดับปานกลาง
  • 8
    ความมั่นคงทางการเงิน
  • 9
    ความหลากหลายและไม่เลือกปฏิบัติ
  • 10
    สุขภาพและสวัสดิภาพพนักงาน
  • 11
    พัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน
  • 12
    ระบบแจ้งเบาะแสและต่อต้านทุจริต
  • 13
    จัดการความเสี่ยงองค์กรแบบบูรณาการ
  • 14
    จัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
  • 15
    พลังงานสะอาดและประหยัดพลังงาน

3) ทบทวนประเด็นสำคัญของปี 2567 โดยกรรมการผู้จัดการพิจารณา ก่อนนำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณารับรองความสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ

4) บูรณาการสู่การจัดทำกลยุทธ์ โดยนำประเด็นที่มีความสำคัญระดับสูงมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกำหนดกรอบกลยุทธ์การดำเนินงานสำหรับปี 2569 และปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการติดตามผลการดำเนินการตามกลยุทธ์ทุกไตรมาส